การเลือกโบรกเกอร์ Forex เปรียบเสมือนการเลือกคู่ค้าทางธุรกิจ หากเลือกผิดอาจหมายถึงการสูญเสียเงินทุนทั้งหมด ไม่ใช่เพราะการเทรดผิดพลาด แต่เป็นเพราะความไม่โปร่งใสของตัวกลาง Weltrade เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่อยู่ในตลาดมาอย่างยาวนานและมักจะถูกพูดถึงในแง่ของโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสียงลือหนาหูเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือ บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจทุกซอกทุกมุมของ Weltrade ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ต้นทุนการเทรด ไปจนถึงความเสี่ยงที่อาจทำให้คุณต้องคิดทบทวนอีกครั้ง
สารบัญ : รีวิวโบรกเกอร์ Weltrade
ประวัติความเป็นมาของ Weltrade
Weltrade ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 ภายใต้ชื่อเดิมว่า “SystemForex” ก่อนจะตัดสินใจรีแบรนด์เป็นชื่อปัจจุบันในปี 2012, การเปลี่ยนชื่อแบรนด์ของโบรกเกอร์ที่อยู่มานานมักถูกตั้งคำถามว่าเป็นการทำเพื่อหนีประเด็นปัญหาบางอย่างในอดีตหรือไม่ ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่หมู่เกาะ Saint Vincent and the Grenadines ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “แหล่งหลบภาษี” และแทบไม่มีกฎหมายควบคุมโบรกเกอร์ที่เข้มงวด
ข้อมูลที่น่าสนใจคือ Weltrade มีพนักงานที่ระบุใน LinkedIn ไม่ถึง 50 คน แต่กลับอ้างว่ามีลูกค้าใช้งานเป็นหลักล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดูไม่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก นอกจากนี้ ข้อมูลของผู้บริหารระดับสูงอย่าง CEO ที่ชื่อ Isao Okada ก็ยังเป็นปริศนา เพราะไม่มีประวัติการทำงาน รูปถ่าย หรือการปรากฏตัวต่อสาธารณะที่ชัดเจนเหมือนผู้บริหารโบรกเกอร์อื่นๆ แม้ว่าจะได้รับรางวัลต่างๆ ในช่วงปี 2017-2024 แต่รางวัลเหล่านั้นกลับไม่ได้ระบุที่มาที่ชัดเจนว่าสถาบันใดเป็นผู้มอบให้
ประเภทบัญชีและต้นทุนการเทรด
หากคุณตัดสินใจจะเทรดกับ Weltrade แหล่งข้อมูลระบุไว้อย่างชัดเจนว่า คุณควรเลือกบัญชี Pro เท่านั้น เนื่องจากบัญชีประเภทอื่นมีต้นทุนที่แพงเกินไป โดย Weltrade มีบัญชีให้เลือก 3 รูปแบบหลัก ได้แก่:
- บัญชี Micro (Cent): เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มด้วยเงินน้อย (ขั้นต่ำ 1 USD) เทรดเป็นเซนต์ แต่มีข้อเสียคือต้นทุนการเทรดแพงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดเกือบเท่าตัว และมีสินค้าให้เทรดน้อยกว่า
- บัญชี Premium: มักถูกแนะนำให้ข้ามไปเลย เพราะไม่มีจุดเด่นที่ชัดเจน ต้นทุนการเทรด (Spread) สูงมากพอๆ กับบัญชี Micro แต่ต้องฝากเงินขั้นต่ำสูงกว่า
- บัญชี Pro: เป็นบัญชีที่ดีที่สุดของโบรกเกอร์นี้ แม้จะต้องฝากเงินขั้นต่ำ 100 USD แต่ให้ต้นทุนที่แข่งขันในตลาดได้
ความได้เปรียบด้านต้นทุนในบัญชี Pro: ในบัญชี Pro คู่เงิน GBP/USD มีค่า Spread + Commission เพียง 6 USD/Lot ซึ่งถูกกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่อยู่ 11.04 USD/Lot อย่างมาก เช่นเดียวกับการเทรดทองคำ (XAUUSD) ที่มีต้นทุนเพียง 15.72 USD/Lot ขณะที่ค่าเฉลี่ยตลาดอยู่ที่ประมาณ 20 USD/Lot อย่างไรก็ตาม สินค้าที่มีให้เลือกเทรดถือว่าน้อยมาก โดยมี Forex เพียง 38 คู่ และคริปโตเพียง 8 เหรียญเท่านั้น
โปรโมชั่น
สิ่งที่ทำให้ Weltrade สามารถดึงดูดลูกค้าได้แม้จะมีข่าวลือเชิงลบ คือโปรโมชั่นที่หาไม่ได้จากโบรกเกอร์อื่น
- เงินปันผลจากหลักประกัน (Margin): โบรกเกอร์จะจ่ายเงินปันผลให้หากมีการถือสถานะข้ามคืน โดยจ่ายสูงสุดถึง 20% ต่อปี (สำหรับบัญชี Premium) และ 15% สำหรับบัญชี Pro โดยคิดจาก Margin ที่เปิดไว้ โปรแกรมนี้ถือเป็น “แม่เหล็ก” สำคัญที่หาได้ยากมากในวงการ Forex
- Free Swap ทุกบัญชี: Weltrade มอบสิทธิพิเศษฟรีค่าสวอป (Free Swap) สำหรับทุกบัญชี (ยกเว้นคริปโตและน้ำมัน) ซึ่งช่วยให้สายถือยาว (Run Trend) ประหยัดต้นทุนไปได้มาก โดยเฉพาะเมื่อปกติแล้วค่าสวอปของโบรกเกอร์นี้มักจะติดลบหนักทั้งสองฝั่ง
- โบนัสต้อนรับ 100%: ให้สูงสุดถึง 500 USD สำหรับการฝากครั้งแรก แต่มีเงื่อนไขการถอนที่ค่อนข้างยาก เช่น ต้องเทรดให้ครบตามจำนวนล็อตที่กำหนด
นอกจากนี้ยังมีระบบ Copy Trading Copy Trade คืออะไร ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายผ่านทั้งหน้าเว็บและแอปพลิเคชันมือถือ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการติดตามผู้เชี่ยวชาญ แม้ว่าปัจจุบันจะมีกลยุทธ์ให้เลือกตามค่อนข้างน้อยเพียงประมาณ 243 กลยุทธ์ก็ตาม
ความน่าเชื่อถือและสัญญาณเตือน
ภายใต้ความสวยงามของโปรโมชั่น กลับมีความเสี่ยงที่น่ากลัวซ่อนอยู่ แหล่งข้อมูลหลายแหล่งจัดให้ความน่าเชื่อถือของ Weltrade อยู่ใน “ระดับที่ค่อนข้างต่ำ” และไม่แนะนำให้เปิดบัญชี ด้วยเหตุผลดังนี้:
- ใบอนุญาตระดับรอง: Weltrade มีใบอนุญาตเพียงใบเดียวจาก FSCA (แอฟริกาใต้) ซึ่งถูกจัดให้อยู่ใน Rank B ไม่สามารถเทียบเท่ากับใบอนุญาตระดับสากลอย่าง FCA หรือ ASIC ได้เลย และที่สำคัญคือ ไม่ได้เป็นสมาชิกของ Financial Commission ซึ่งหมายความว่าหากเกิดข้อพิพาท ลูกค้าจะไม่มีหน่วยงานกลางคอยช่วยเหลือ
- ถูกขึ้นบัญชีดำ: ในเดือนตุลาคม 2024 ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ได้เพิ่มชื่อ Weltrade เข้าไปในรายชื่อแพลตฟอร์มซื้อขายที่ไม่ได้รับอนุญาต
- ค่าถอนเงินที่แพง: นี่คือจุดที่ถูกวิจารณ์หนักที่สุด Weltrade คิดค่าธรรมเนียมการถอน 1.5% และเมื่อรวมกับส่วนต่างเรทแลกเปลี่ยนแล้ว ผู้ใช้งานอาจต้องเสียต้นทุนการถอนรวมถึง 2.3 – 2.5% ตัวอย่างเช่น หากถอนเงิน 100,000 บาท คุณจะหายไปทันที 2,500 บาท ซึ่งถือว่าแพงมาก
- ปัญหาการถอนเงินและรีวิวเชิงลบ: ในเว็บไซต์ Forex Peace Army โบรกเกอร์นี้ได้คะแนนเพียง 1.747/5 โดยผู้ใช้งานหลายคนระบุว่า ถอนเงินไม่ได้ หรือถูกปิดบัญชีโดยไม่มีเหตุผล
สรุปภาพรวม
Weltrade เป็นโบรกเกอร์ที่มีความขัดแย้งในตัวเองอย่างสูง ในด้านหนึ่งเขามีระบบการเทรดที่ลื่นไหล แอปพลิเคชันมือถือที่ดีเยี่ยม และต้นทุนการเทรดทองคำหรือ GBP/USD ที่ถูกกว่าตลาด รวมถึงโปรโมชั่นเงินปันผลที่น่าเย้ายวนใจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความคลุมเครือของผู้บริหาร ใบอนุญาตที่อ่อนแอ และประวัติการถอนเงินที่ไม่ค่อนดี
โบรกเกอร์นี้อาจจะเหมาะกับ:
• คนที่ชอบเทรดทองคำและ GBP/USD ในบัญชี Pro และต้องการต้นทุนต่ำ
• สายถือยาวที่ต้องการ Free Swap และต้องการกินเงินปันผลจาก Margin
• คนที่เน้นเทรดผ่านแอปมือถือเป็นหลัก เพราะแอปทำออกมาได้ดีมาก
แต่ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับ:
• คนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเงินทุนเป็นอันดับหนึ่ง
• คนที่ชอบฝาก-ถอนเงินบ่อย เพราะจะเสียค่าธรรมเนียมรวมสูงมาก
• คนที่ต้องการเทรดสินค้าที่หลากหลาย เช่น คริปโตหลายประเภท หรือหุ้นจำนวนมาก
คำแนะนำสุดท้าย: หากคุณต้องการลองใช้งาน Weltrade แนะนำให้เริ่มด้วย “เงินน้อย” ที่พร้อมจะสูญเสียได้เท่านั้น และห้ามฝากเงินจำนวนมากเด็ดขาด เพราะสัญญาณเตือนหลายอย่างบ่งชี้ว่านี่คือโบรกเกอร์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปอย่างมาก
แนะนำให้อ่าน
- วิธีสมัคร Weltrade
- ฝากเงิน Weltrade
- ถอนเงิน Weltrade
บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้เขียน / Admin
Programmer web master
Win โปรแกรมเมอร์ผู้รักในการเทรด Forex เป็นชีวิตจิตใจ เข้าสู่วงการตลาด Forex ตั้งแต่ปี 2555 แสวงหาความสำเร็จ เพื่อเป็นผู้มีอิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง จากแหล่งรายได้แบบ Passive income โดยการนำความรู้การเขียนโปรแกรมมาประยุกต์พัฒนา EA สร้างฟาร์ม EA Forex ขนาดใหญ่ ในการเทรดทำกำไรในตลาด Forex ให้มีรายได้ที่มั่นคงแบบมั่งคั่งและยั่งยืน....
” การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน “
ตลาด Forex เป็นตลาดที่มีความผันผวนสูง ประวัติผลการเทรดของเรา (Myfxbook) เป็นเพียงผลการเทรดย้อนหลัง จึงไม่สามารถการันตีผลการเทรดในอนาคตได้ ดังนั้นผู้ลงทุนต้องพิจารณาความเสี่ยงและยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง เราไม่มีนโยบายในการระดุมทุน และไม่สนับสนุนการระดุมทุน

